วันวิสาขบูชา (VISAK DAY)

Posted On:   |   Last Updated:   |   Posted in

วันวิสาขบูชา เป็นวันที่สมเด็จพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน เป็นวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ที่เวียนมาบรรจบในทุกๆ ปี ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2563ซึ่งวันนี้เรามีประวัติความเป็นมาและความสำคัญมาให้ทุกๆได้ทราบกัน

ประสูติ

พระพุทธเจ้าประสูติในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เป็นเจ้าชายสิทธัตถะ โอรสพระเจ้าสุทโธธนะ และ พระนางสิริมหามายาแห่งกรุงกบิลพัสดุ์โดยประสูติที่ป่าลุมพินีวัน ณ เขตแดนรอยต่อระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์ของฝ่ายพระราชบิดากับกรุงเทวทหะของฝ่ายพระราชมารดา

ตรัสรู้

เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะ ออกทรงผนวชได้ ๖ ปี พระชนมายุ ๓๕ พรรษา ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน ๖ ณ ริ่มฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ประเทศมคธปัจจุบันคือที่ตั้งพุทธคยาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นคือ

ยามต้น : ทรงบรรลุ “ปุพเพนิวาสานุติญาณ ” คือทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่น
ยามสอง : ทรงบรรลุ “จุตูปปาตญาณ ” คือการรู้แจ้งการเกิดและดับของสรรพสัตว์ทั้งหลาย
ยามสาม : ทรงบรรลุ “อาสวักขญาณ” คือรู้วิธีกำจัดกิเลสด้วย อริยสัจ ๔ ( ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค )

“อริยสัจ 4” เป็นหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าค้นพบวิธีการดับทุกข์ โดยมีความหมายว่าความจริงอันประเสริฐ หรือความจริงที่ทำให้ผู้เข้าถึงเป็นอริยะ มีอยู่ 4 ข้อ ได้แก่
ทุกข์ สภาพที่ทนได้ยาก
สมุทัย เหตุแห่งการเกิดทุกข์
นิโรธ การดับทุกข์
มรรค สาเหตุของการเกิดทุกข์ 8 ประการ

ปรินิพพาน(ดับสังขารไม่กลับมาเกิดสร้างชาติ สร้างภพอีกต่อไป)

การปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ก็ถือเป็นวันสำคัญของชาวพุทธทั่วโลกเพราะชาวพุทธทั่วโลกได้สูญเสียดวงประทีปของโลก เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่และครั้งสำคัญชาวพุทธทั่วไปมีความเศร้าสลดเสียใจและอาลัยสุดจะพรรณนา อันมีประวัติว่าเมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้และแสดงธรรมมาเป็นเวลานานถึง ๔๕ ปี เมื่อพระชนมายุ ๘๐ พรรษา ณ เมืองกุสินาราซึ่งเกิดขึ้นในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ได้ประทับจำพรรษา ณ เวฬุคาม ใกล้เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี ในระหว่างนั้นทรงประชวรอย่างหนัก พระพุทธองค์กับพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ก็ไปรับภัตตาหารบิณฑบาตที่บ้านนายจุนทะ ตามคำกราบทูลนิมนต์ พระองค์เสวยสุกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจทำถวาย ก็เกิดอาพาธลง แต่ทรงอดกลั้นมุ่งเสด็จไปยังเมืองกุสินารา ประทับ ณ ป่าสาละ เพื่อเสด็จดับขันธุ์ปรินิพพาน ในราตรีนั้น ได้มีปริพาชกผู้หนึ่ง ชื่อสุภัททะขอเข้าเฝ้า และได้อุปสมบทเป็นพระพุทธสาวกองค์สุดท้าย เมื่อถึงยามสุดท้ายของคืนนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงประทานปัจฉิมโอวาทว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอันว่าสังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด ” หลังจากนั้นก็เสด็จเข้าดับขันธุ์ปรินิพพาน
ประชาชนชาวโลกระลึกถึงพระคุณ ของพระองค์จึงถือเอาวันประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพานของพระองค์เป็นวันสำคัญ จัดพิธีวิสาขบูชาขึ้นในทุกประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา

     

วันวิสาขบูชา (Vesak Day) ได้ถูกรับรองให้เป็น “วันสำคัญสากล” ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 55 พ.ศ.2542 โดยได้รับการรับรองจาก 16 ประเทศ คือ ศรีลังกา บังกลาเทศ ภูฏาน กัมพูชา ลาว มัลดีฟส์ มองโกเลีย พม่า เนปาล ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ สเปน อินเดีย ไทย และยูเครน

ประวัติวันวิสาบูชาในประเทศไทย

มีระบุหลักฐานเป็นบันทึกของคนรุ่นก่อนที่กล่าวถึง “วันวิสาขบูชา” ว่าเป็นประเพณีที่กษัตริย์ได้เป็นผู้นำพุทธศาสนิกชน มาร่วมประกอบพิธีกรรม และบำเพ็ญกุศลในวันวิสาขบูชามาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และสมัยรัตนโกสินทร์มีระบุพระราชพิธีวิสาขบูชาครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) จัดพระราชพิธีเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน เริ่มตั้งแต่ ขึ้น 14 ค่ำ ถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 6 ปีฉลู นพศก ราว พ.ศ. 1360

เมื่อวันวิสาขบูชาเวียนมาถึงในรอบปี พุทธศาสนาชนไม่ว่าจะเป็นบรรพชิต (พระสงฆ์ สามเณร) หรือ ฆราวาส (ผู้ครองเรือน)ทั่วไป จะร่วมกันประกอบพิธีเป็นการพิเศษทำการสักการบูชาเพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณา พระปัญญาคุณ และพระวิสุทธิคุณของพระพุทธเจ้าผู้เป็นดวงประทีปโลก

การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชาแบ่งออกเป็น ๓ พิธี คือ

๑. พิธีหลวง (พระราชพิธี)
๒. พิธีราษฎร์ (พิธีของประชาชนทั่วไป)
๓. พิธีของพระสงฆ์ (คือพิธีที่พระสงฆ์ประกอบศาสนกิจเนื่องในวันสำคัญวันนี้)

 

โดยช่วงเช้าของวันวิสาขบูชาพุทธศาสนิกชนจะร่วมกัน ทำบุญใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับ และเจ้ากรรมนายเวร จัดสำรับคาวหวานไปทำบุญถวายภัตตาหารที่วัด และปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา จากนั้นก็จะปล่อยนกปล่อยปลา เพื่อสร้างบุญสร้างกุศล ช่วงค่ำๆก็จะร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถที่วัด เพื่อรำลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

สำหรับปีนี้ วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ถือเป็นวันวิสาขบูชาแต่เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 พิธีวิสาขบูชาของสำนักพระราชวังและภาครัฐจะจัดเป็นการภายใน ส่วนประชาชนมีคำแนะนำจากมหาเถรสมาคมงดกิจกรรม “เวียนเทียน” ที่วัด และแนะนำให้ปฏิบัติศาสนกิจพร้อมพระสงฆ์ที่บ้านแทน ทั้งวัดไทยและต่างประเทศ

โดยประชาชนสามารถเข้ามาเวียนเทียนออนไลน์ที่เว็บไซต์  www.เวียนเทียนออนไลน์.com  พร้อมฟังบทสวดมนต์ถูกต้องจาก พระมหา ดร.ณัฐพงษ์ ฐิตปญโญ นอกจากนี้หลายวัดก็จัดไลฟ์สวดมนต์แสดงพระธรรมเทศนาและนั่งสมาธิ ผ่านเพจFacebook อีกด้วย

สำหรับปีนี้พวกเราบริษัท The Company Bangkok น้อมรำลึกถึงพระพุทธองค์ ได้ร่วมพิธีเวียนเทียนผ่านทางออนไลน์เนื่องจากโคโรน่าไวรัส และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกๆท่านจะได้ความรู้มากขึ้น เข้าถึงวันวิสาขบูชา หวังว่าปีหน้าทุกๆท่านจะได้เข้าร่วมพิธีสักการบูชาเพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณา พระปัญญาคุณ และพระวิสุทธิคุณของพระพุทธเจ้าผู้เป็นดวงประทีปโลกด้วยจิตใจที่ผ่องใส ศรัทธา เข้าถึงอริยะสัจ 4 อย่างท่องแท้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/1837388

https://www.dra.go.th/

http://www.onab.go.th

ภาพจาก

https://www.freepik.com/

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.