โควิด-19 ส่งผลอะไรต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆบ้าง

Posted On:   |   Last Updated:   |   Posted in

ในตอนนี้คงไม่มีคนไหนไม่รู้จักกับไวรัสสายพันธ์จากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ที่เดิมมีชื่อว่า โคโรน่า แต่ไม่รู้ว่าเพราะชื่อไปซ้ำกับเบียร์ชื่อดังสัญชาติเม็กซิโก หรือทำให้คนจำสับสนเป็น คาโบนาร่า ก็ไม่ทราบ ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็น โควิด19 ซึ่งก็ไม่ทราบอีกเช่นเคยว่าทำไมต้องชื่อนี้ แต่สิ่งที่เราควรจะสงสัยในตัวไวรัสตัวนี้ควรจะเป็น มันอันตรายจริงหรือไม่? ถ้าอันตราย จะอันตรายขนาดไหน? คำถามเหล่านี้ควรได้รับคำตอบที่ชัดเจน เพื่อสร้างความรู้เกี่ยวกับไวรัสและหาวิธีป้องกัน ไม่ใช่ทำตัวเหมือนผู้ใหญ่บางท่านในบางประเทศที่บอกเป็นแค่ไข้ธรรมดา แต่ถึงอย่างไรก็ต้องชมการทำงานของบุคลากรประเทศที่กล่าวถึงที่รับมือได้อย่างดี มาถึงตรงนี้หลายท่านก็อาจจะยังไม่เข้าใจว่าบทความนี้เกี่ยวกับอะไร โอเค เราจะมาเข้าเรื่องกันเลยบทความนี้จะไม่บอกว่าไวรัสตัวนี้อันตรายแค่ไหน หรือวิธีป้องกันต้องทำอย่างไร หัวข้อพวกนี้มีคนเขียนถึงมากมากสามารถหาอ่านได้ง่าย ก็ไปหาอ่านเอานะ แต่บทความนี้จะแสดงให้เห็นว่า ไวรัสโควิด19 ส่งผลกระทบอย่างไรต่อ อุตสาหกรรมทั่วโลก ซึ่งจะยกตัวอย่างที่ผู้เขียนสนใจเป็นหลักครับ

  1. ดาราดัง

อย่างแรกเลย ณ วันที่เขียนก็ได้พบข่าวที่นักแสดงชื่อดังที่หลายคนทั่วโลกน่าจะรู้จักและชื่นชอบนักแสดงคนนี้ ได้โพส ทวิต ข้อความในช่วงเช้าเวลาไทยที่ทำให้แฟน ๆทั่วโลกต้องขยี้ตาแล้วอ่านให้ดี เพราะนักแสดงคนนี้ ทอม แฮงค์ ได้ระบุว่าผลตรวจเลือดของเขาเป็นบวก เมื่อเขาตรวจหาไวรัสโควิด19 นั่นหมายความว่า เขามีเชื้อไวรัสในตัว ซึ่งจะไม่ขอลงรายละเอียดว่าติดที่ไหนอย่างไร แต่การที่มีนักแสดงชื่อดังติดเชื้อแบบนี้ แน่นอนว่าส่งผลกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ อย่างแน่นอน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีการประกาศเลื่อนถ่ายทำซีรีย์ของทางมาเวลไปแล้วหนึ่งเรื่อง ที่มีคนผิวสีและคนขาวแขนเหล็กเป็นตัวเอก และยังมีข่าวลือหนาหูอีกว่า หนังสายลับเมืองผู้ดีใช้รหัสแทนชื่อตัวเอง ที่มีมาแล้วหลายสิบภาค ก็มีแนวโน้มจะเลื่อนวันฉายออกไป และยังคาดว่าจะมีผลกระทบมากขึ้นกว่าในปัจจุบันอีกมากในอนาคต ทำให้พูดได้ว่าวงการบันเทิงหมวดหมู่ภาพยนตร์ก็โดนผลกระทบไปแบบเต็มๆ

  1. ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศห้ามเที่ยวบินจากยุโรปเข้าประเทศ

แน่นอนเมื่อไวรัสรุกลามเข้าสู่ประเทศมหาอำนาจอย่าง อเมริกา ผู้นำของประเทศก็ไม่ลังเลที่จะคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นอย่างแรก โดยเมื่อเช้านี้(เวลาในประเทศไทย) นายทรัมป์ได้ประกาศห้ามเที่ยวบินเกือบทั้งหมดที่ไม่จำเป็นบินเข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 30 วัน และเตรียมประกาศมาตรการอีกมากมายในการป้องกันไวรัส และถ้าถามว่าการทำแบบนี้ส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมอะไรบ้าง ก็ลองคิดดูนะครับ ถ้าไม่มีเที่ยวบินจากยุโรป 30 วันจะสูญเสียเงินไปเท่าไรที่ควรจะได้รับในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และตลาดหุ้นทั่วโลกจะเป็นอย่างไร คนเล่นหุ้นก็น่าจะเข้าใจดี

  1. วงการกีฬา

เมื่อพูดถึงประเทศในทวีปยุโรป ถ้าเป็นคุณผู้หญิงก็อาจจะคิดไปถึงของแบรนด์เนมราคาถูกกว่าที่ไทยเพราะภาษีที่ไทยนั้นเก็บเยอะเหลือเกิน แต่ถ้าเป็นคุณผู้ชายก็คงไม่มีใครไม่นึกถึงกีฬาที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในโลกอย่าง ฟุตบอล หรือซอคเกอร์ หรือบอลที่เป็นทั้งชื่อกีฬาและชื่อเด็กไทยหลาย ๆคน ประเทศอิตาลี่เป็นประเทศแรกที่มีการระบาดอย่างหนักจนมีนักฟุตบอลมืออาชีพได้ติดโรคนี้ และทำให้ล่าสุดการแข่งขันฟุตบอลในทวีปยุโรปบางแมทช์ต้องแข่งขันแบบไม่มีผู้เข้าชม หรือภาษาง่ายๆก็คือไม่มีแฟนบอล นักเตะก็เล่นกันเหมือนซ้อมใหญ่นั่นเองครับ ซึ่งพอแฟนฟุตบอลเข้าไปดูไม่ได้ ก็ดันยืนเชียร์กันนอกขนามซึ่งดูเหมือนจะใกล้ชิดกันกว่าไปนั่งดูในสนามเสียอีก และข้ามประเภทกีฬาจากใช้เท้ามาเป็นใช้มือกัน นั่นก็คือกีฬาบาสเก็ตบอลที่เป็นที่นิยมมากในประเทศจีน และอเมริกา โดยเมื่อเช้านี้ (เวลาประเทศไทยตามเคย) ก่อนการแข่งขันเพียง 5 นาที ได้มีการประกาศยกเลิกการแข่งนัดนั้น เพราะมีผู้เล่นทีมเยือนตรวจพบว่ามีเชื่อโควิด19 อยู่ถึง 2 คน และทีมที่มีผู้เล่นติดเชื้อนี้เองเมื่อ 2 วันก่อนก็ได้แข่งขันกับทีมบาสอีกทีมอย่างสนุกสนานเต็มที่ ดังนั้นทางลีคบาสสูงสุดของดาวโลก(NBA)จึงตัดสินใจยกเลิกเกมการแข่งขันไม่ใช่แค่ 1 2 หรือ 3 เกมส์เท่านั้นแต่ยกเลิกทั้งฤดูกาลอย่างไม่มีกำหนด จากที่ร่ายยาวมาจะเห็นได้ว่า อุตสาหกรรมกีฬานั้นได้รับผลกระทบมากแค่ไหน เงินที่ควรจะได้จากค่าตั๋ว ค่าโฆษณา สปอนเซอร์ และอีกหลายอย่างหายไปมูลค่าหลายพันล้านแน่นอน

 

นี่ก็เป็นเพียงบางตัวอย่างที่ยกมาให้อ่านในวันนี้ ก็หวังว่าทุกคนจะเห็นแล้วว่าไวรัสนี้ส่งผลเป็นวงกว้างไม่ใช่แค่กับชีวิตคนที่ติดเท่านั้น และยังทำให้เห็นอีกว่าชีวิตของคนนั้นมีค่าแค่ไหน หลาย ๆอุตสาหกรรมถึงกับยอมตัดสินใจยอมเสียรายได้มูลค่าหลายพันล้าน เพียงเพราะต้องการป้องกันไม่ให้ไวรัสแพร่กระจายเป็นวงกว้าง แน่นอนการป้องกันนั้นง่ายกว่าการแก้ปัญหา ถ้ารู้วิธีและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี มาถึงตรงนี้ก็หวังว่าผู้อ่าน(ถ้ามี)จะดูแลสุขภาพตัวเองเป็นอย่างดี และไม่ฉวยโอกาสสร้างรายได้จากสถานการณ์เช่นนี้ เช่นพวก กักตุนราคาหน้ากาก อัพราคาเจลล้างมือ นะครับ

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.