เลสิค

เลสิค ทางเลือกสำหรับการรักษาสายตาผิดปกติ

Posted On:   |   Last Updated:   |   Posted in

สวัสดีค่ะ วันนี้แอดมินขอนำเสนอเรื่องราวประสบการณ์ส่วนตัวในการรักษาค่าสายตาผิดปกติด้วยเลสิคกันนะคะ ก่อนอื่นเรามาทำความรู็จักกันก่อน

การทำเลสิค คืออะไร

การทำเลสิค (Lasik) คือ ชื่อเรียกโดยรวมของการปรับค่าสายตาด้วยการยิงเลเซอร์ที่กระจกตา คำว่า LASIK ย่อมาจาก Laser In Situ Keratomileusis เปรียบได้กับการเจียระไนกระจกตาให้ได้ความโค้งที่ต้องการเพื่อปรับให้ภาพคมชัด สามารถแก้ไขสายตาผิดปกติ ได้แก่ สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียงโดยกำเนิด โดยมุ่งเน้นการแก้ไขที่กระจกตาเป็นหลัก

เหมาะกับใคร

ผู้ที่มีปัญหาสายตาดังนี้ สามารถแก้ไขได้ด้วย เลสิคค่ะ

  1. สายตาสั้น (Myopia) มองเห็นวัตถุที่อยู่ไกลไม่ชัด แต่จะมองเห็นวัตถุที่อยู่ใกล้ได้ชัดเจน ซึ่งมีสาเหตุมาจากกระจกตาที่โค้งมากเกินไป หรือกระบอกตายาวเกินไป
  2. สายตายาว (Hyperopia) มองเห็นวัตถุที่อยู่ใกล้ได้ไม่ชัด ซึ่งมีสาเหตุมาจากกระจกตาโค้งน้อยกว่าปกติ (แบน) หรือกระบอกตาสั้นเกินไป หรือหากเป็นสายตายาวตามวัย มักจะมาจากสาเหตุของกล้ามเนื้อตาที่เสื่อมสภาพลงตามวัย
  3. สายตาเอียง (Astigmatism) มองเห็นภาพไม่ชัดเจน เพราะมีการหักเหของแสงที่ตกกระทบโฟกัสที่จอประสาทตาไม่สม่ำเสมอในระนาบเดียวกัน

การทำเลสิคมีกี่วิธี

  1. PRK (Photorefractive Keratectomy)

PRK (Photorefractive Keratectomy) คือ เป็นวิธีแก้ไขสายตารุ่นแรกสุด แต่ยังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ขั้นตอนการรักษาจะไม่แยกชั้นกระจกตา แต่จะลอกผิวกระจกตาชั้นนอกสุด (Epithelium) ออกก่อน แล้วใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer laser) ปรับความโค้งของกระจกตาอีกที ก่อนจะปิดกระจกตาด้วยคอนแทคเลนส์นาน 5-7 วันเพื่อลดอาการระคายเคืองตา ระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 15-20 นาที

ค่าใช้จ่ายประมาณ : 30,000-50,000 บาท

จุดเด่น

  • รักษาค่าสายตาผิดปกติ ได้ทั้งกรณีสายตาสั้นไม่เกิน -600 สายตายาวไม่เกิน -500 และสายตาเอียงไม่เกิน -600
  • ไม่ต้องฉีดยาชา ใช้แค่ยาชาแบบหยอดตา
  • ไม่ต้องมีการเย็บแผล
  • ใช้รักษาในผู้ป่วยที่มีกระจกตาบาง ซึ่งไม่สามารถใช้การรักษาแบบแยกชั้นกระจกตาได้
  • เกิดตาแห้งน้อยกว่าวิธีเลสิค

ข้อจำกัด

  • มีโอกาสเกิดฝ้าที่กระจกตาได้ หากออกแดดบ่อย
  • อาจมีอาการระคายเคืองมากกว่าวิธีอื่น
  • ใช้เวลาฟื้นตัวช้ากว่าการทำเลสิค

ใครควรทำเลสิคประเภทนี้

  • ผู้ที่มีสายตาสั้นและเอียงไม่มาก
  • ผู้ที่มีอาการตาแห้งเรื้อรัง
  • ผู้ที่ถูกกำหนดให้ทำการรักษาด้วยวิธี PRK เท่านั้น เช่น การเตรียมตัวเข้าสอบบางอาชีพที่มีความเสี่ยง เช่น สอบนักบิน สอบเตรียมทหาร
  • ต้องทำกิจกรรมและกีฬาบางประเภทที่มีความเสี่ยง เช่น นักมวย
  • ผู้ที่มีข้อจำกัดในการรักษาด้วยเทคนิคการแยกชั้นกระจกตา
  • ผู้ที่มีความผิดปกติของกระจกตา ได้แก่ กระจกตาบางหรือผิดรูป มีประวัติกระจกตาถลอกง่าย มีประวัติกระจกตาดำมีการลอกหลุด มีประวัติเป็นแผลที่กระจกตา
  1. เลสิคใบมีด (Lasik)

เลสิคใบมีด (Microkeratome LASIK, Blade LASIK, หรือ LASIK) คือ เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมสูง โดยใช้ใบมีดที่มีขนาดเล็กเปิดฝากระจกตาขึ้น ก่อนใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer laser) ปรับแต่งความโค้งของกระจกตาให้ได้ค่าสายตาที่ต้องการ แล้วปิดกระจกตากลับเข้าที่เดิม ระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 15-20 นาที

ค่าใช้จ่ายประมาณ : 30,000-50,000 บาท

จุดเด่น

  • รักษาค่าสายตาผิดปกติ ได้ทั้งกรณีสายตาสั้นไม่เกิน -1000  สายตายาวไม่เกิน -500  และสายตาเอียงไม่เกิน -600
  • ผู้ป่วยใช้เวลาพักฟื้นน้อย
  • สามารถกลับมามองเห็นได้เต็มประสิทธิภาพอย่างรวดเร็ว
  • อ่อนโยนต่อสภาพตา ระคายเคืองน้อย ทั้งในช่วงระหว่างผ่าตัดและหลังการผ่าตัด

ข้อจำกัด

  • ไม่สามารถใช้เทคนิคนี้กับผู้ที่มีภาวะกระจกตาบางหรือไม่สม่ำเสมอ
  • อาจเกิดรอยแผลบนผิวกระจกตา จากการแยกชั้นกระจกตา (แต่จะหายได้เอง)
  • มีโอกาสเกิดภาวะตาแห้งมากกว่าวิธีการทำเลสิคแบบอื่น และไม่เหมาะกับผู้ป่วยตาแห้งเรื้อรัง

ใครควรทำเลสิคประเภทนี้

ผู้ที่มีสายตาสั้นและเอียงไม่มาก มีสายตาสั้นและเอียงไม่เกิน 600

3.เฟมโตเลสิค (FemtoLASIK)

เฟมโตเลสิค (FemtoLASIK) คือ วิธีการรักษาที่ใช้เลเซอร์ (Femtosecond Laser) ในขั้นตอนการเปิดฝา กระจกตา จากนั้นจะปรับแต่งความโค้งของกระจกด้วยเอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer laser) เรียกได้ว่าใช้เลเซอร์เป็นหลักตลอดการรักษา โดยไม่ต้องใช้ใบมีดเปิดฝากระจกตา (Bladeless LASIK) จึงให้ความแม่นยำและความปลอดภัยที่ดีกว่าการทำเลสิคแบบใช้ใบมีด ระยะเวลาในการผ่าตัด 30 นาที

ค่าใช้จ่ายประมาณ : 70,000-100,000 บาท

จุดเด่น

  • รักษาค่าสายตาผิดปกติ ได้ทั้งกรณีสายตาสั้นไม่เกิน -1000  สายตายาวไม่เกิน -500  และสายตาเอียงไม่เกิน -600
  • ผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนต่ำ
  • อ่อนโยน และก่อความระคายเคืองน้อย
  • ไม่ต้องฉีดยาชา ใช้แค่ยาชาแบบหยอดตา
  • ฟื้นตัวได้เร็ว เพราะไม่ต้องผ่าตัด
  • สามารถกลับมามองเห็นได้เต็มประสิทธิภาพอย่างรวดเร็ว
  • มีความแม่นยำในการแยกชั้นกระจกตาสูง

ข้อจำกัด

  • อาจเกิดรอยแผลบริเวณกระจกตา
  • หากมีอุบัติเหตุกระทบกระเทือนตาอย่างรุนแรงมีโอกาสฝากระจกตาเคลื่อนที่
  • ทำให้เกิดตาแห้งได้มากกว่าวิธี ReLEx Smile

ใครควรทำเลสิคประเภทนี้

ผู้ที่มีภาวะกระจกตาบาง , ตาเล็กเปิดตาได้ไม่มา

4.เลสิคแบบไร้ใบมีด (ReLEx Smile)

เลสิคแบบไร้ใบมีด (ReLEx Smile) หรือ Refractive lenticule extraction – Small incision lenticule extraction คือ เทคโนโลยีล่าสุดในการแก้ไขสายตาโดยใช้เลเซอร์ (Femtosecond Laser) ซึ่งมีความแม่นยำสูง

เทคนิคดังกล่าว ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเพื่อแยกชั้นเหมือนวิธีเลสิคใบมีด แต่จะใช้เลเซอร์ตัดเนื้อกระจกตาเป็นชิ้นเลนส์ แล้วดึงออกผ่านแผลซึ่งมีขนาดเล็กเพียงประมาณ 2-4 มม. จึงเป็นเทคนิคที่รบกวนกระจกตาน้อยมาก ระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 15-20 นาที

ค่าใช้จ่ายประมาณ : 90,000-120,000

จุดเด่น

  • ไม่มีการแยกชั้นกระจกตาให้เกิดบาดแผล
  • ระคายเคืองหรือปวดตาน้อยมาก (หรือแทบไม่มีเลย)
  • โอกาสเกิดภาวะตาแห้งน้อยมาก
  • รักษาโครงสร้างทางกายภาพและความแข็งแรงของเนื้อกระจกตาได้ดี
  • ลดภาวะแสงฟุ้งกระจายตอนกลางคืน
  • ใช้เวลาผ่าตัดสั้น

ข้อจำกัด

  • ใช้ทักษะความชำนาญของแพทย์เป็นกรณีพิเศษ
  • มีระยะการฟื้นตัวใกล้เคียงหรืออาจช้ากว่าการทำเลสิคใบมีด
  • รักษาได้เฉพาะผู้ที่มีสายตาสั้นตั้งแต่ -50 ถึง -1000 และสายตาเอียงไม่เกิน -600
  • แต่ยังใช้รักษาภาวะสายตายาวไม่ได้

ใครควรทำเลสิคประเภทนี้

  • ผู้ที่ต้องการรักษาสายตาสั้นและสายตาเอียง
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงกระทบกระแทกบริเวณตา หรือ เล่นกีฬาเป็นประจำ
  • ผู้ที่ตาแห้ง

สรุปการเปรียบเทียบที่น่าสนใจ หากต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ควรเลือกการทำเลสิคด้วยใบมีด (Lasik) หรือ การรักษาแบบ PRK หากทำอาชีพ เล่นกีฬา หรือกิจกรรมที่เสี่ยงกับการกระทบกระเทือน ควรเลือกการรักษาแบบ PRK หรือ ReLEx Smile

การฟื้นตัว

  • ฟื้นเร็วที่สุด: การรักษาแบบ FemtoLASIK
  • ฟื้นตัวเร็วปานกลาง: เลสิคใบมีด และ ReLEx Smile
  • ฟื้นตัวช้าที่สุด: การรักษาแบบ PRK

โอกาสเกิดการระคายเคือง :

  • โอกาสระคายเคืองน้อยที่สุด: การรักษาแบบ ReLEx Smile (รอยแผล 2-4 มม.)
  • โอกาสระคายเคืองน้อยรองลงมา: การรักษาแบบ FemtoLASIK (รอยแผล 20 มม.)
  • โอกาสระคายเคืองปานกลาง: เลสิคใบมีด (รอยแผล 20 มม.)
  • โอกาสระคายเคืองสูง: การรักษาแบบ PRK (รอยแผลประมาณ 30 ตร. มม.

เมื่อทราบเกี่ยวกับเลสิคแล้ว แอดมินขอเล่าประสบการณ์การทำนะคะ ก่อนอื่นขอเกริ่นว่าเรา ใส่แว่นมา 10 กว่าปีแล้ว มีความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตหลายอย่าง ด้วยค่าความเอียงของสายตาเยอะ ทำให้ไม่สามารถใส่คอนแทคเลนส์สวยๆได้ ครั้นจะตัดแว่นทีนึงก็หลายพันค่ะ เพราะค่าสายตาแบบพิเศษ มีทั้งสั้น ยาว เอียง ไม่สามารถซื้อได้ทั่วไปต้องสั่งทำแบบพิเศษเท่านั้น ต้องใช้ภาพเบลอ ไม่สะดวกเลย ครั้งนี้เลยหาข้อมูลก่อนและปรึกษาคุณหมอว่าค่าสายตาเราทำได้ไหม

พอถึงวันนัด คุณหมอนัดให้เข้าไปลงทะเบียนและวัดค่าสายตาเพื่อประเมินค่าสายตาก่อนค่ะ

8:30น. คุณหมอนัดที่โรงพยาบาลพอไปถึง เจ้าหน้าที่จะตรวจตาแบบละเอียดค่ะ ตรวจด้วยเครื่องวัด ตรวจด้วยการอ่านค่าตัวเลข ตรวจความดันตา ตรวจความหนาของกระจกตา และขั้นสุดท้ายหยอดยาขยายม่านตาเพื่อให้คุณหมอตรวจโรคที่ตา สรุปเราสามารถที่จะทำ Lasik ได้ คุณหมอแนะนำว่าค่าสายตาเอียงเยอะๆ แบบเรา แนะนำให้ทำแบบ Femto Lasik เป็นการทำเลสิคแบบไร้ใบมีด ความหนาของกระจกตาเราอยู่ที่ 560 ซึ่งคุณหมอบอกว่าค่าเท่านี้ทำได้สบาย หากเราตัดสินใจทำก็จะสามารถผ่าตัดตอนบ่ายได้เลย สรุปว่าเราเลือกแบบ Femto เพราะข้อดีคือพักตาน้อย แผลเล็ก ฟื้นไว

ระหว่างนี้คุณหมอก็จะมาอธิบายวิธีการดูแล วิธีการผ่าตัดต่างๆให้ฟัง สบายใจขึ้นเยอะมาก

11.00น. คุณหมอก็จะให้ยาลดขนาดม่านตาเพื่อเตรียมผ่าตัด และมีเวลาพักให้เราได้ไปทานข้าวเที่ยง เสร็จปุ๊ปก็นัดทำ 13.00 น.ได้เลย

12.30น. เตรียมตัวก่อนผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะให้เราเปลี่ยนชุดเป็นชุดที่สะอาดผ่านการฆ่าเชื้อ ใส่หมวก ใส่แมส ล้างหน้าและล้างขนตาให้เรียบร้อย จากนั้นจะมีหยอดยาชาประมาณ 3 รอบ มียาแก้อักเสบ ยาทุกตัวคือหยอดตา ไม่เจ็บนะคะ

13.00น. เข้าห้องผ่าตัด คุณหมอจะให้นอนจ้องที่เลเซอร์อันแรกคือเปิดกระจกตา ไม่มีความเจ็บเลย อาศัยความตั้งใจสูงสุด ทุกขั้นตอนคือเปิดตาตลอดมีเครื่องมือถ่างตาให้ แค่จ้อง center อย่างเดียวก็พอ แล้วพอเสร็จเตียงจะเลื่อนไปอีก เลเซอร์นึงเป็นจุดที่ทำให้ค่าสายตากลับมาปกติ ก็จ้องเสียงสีเขียวกะสีแดงจนมันมาทับกัน อันนี้พี่เขาจะนับถอยหลังให้เลย ซึ่งตื่นเต้นมาก เพราะตั้งใจมากกลัวหลุดโฟกัส คุณเจ้าหน้าที่คอยนับถอยหลังให้ด้วย ตาข้างที่ค่าสายตาเยอะจะยิงนานกว่าข้างที่ค่าสายตาน้อย แล้วคุณหมอก็จะจัดๆตาทำให้กระจกเรียบ แล้วเสร็จก็ลุกไปเช็คแผล แค่นี่ก็ชัดแล้วนะ แล้วก็ไปใส่ฝาครอบตา กลับบ้าน เชื่อมั้ย ตอนออกมา 13.20น. คือไวมากจ้า รับยากลับบ้านได้

14:00น. ถึงบ้านอาบน้ำ ห้ามน้ำเข้าตา 7 วัน ของเราจะมีอาการแสบตาลืมตาไม่ค่อยขึ้น น้ำตาลไหลหน่อย ก็พยายามนอน กินยานอนหลับที่หมอให้มากินข้าวนอน ตื่นมาอีกทีช่วง 20.00น. ก็ยังมีแสบตาอยู่บ้าง แต่มองรอดออกมาคือชัดมากกก รีบกินยาแล้วนอนต่ออีกรอบ ตื่นเช้ามาถอดออกปุ๊ปชัดเจนแจ่มแจ้ง ประทับใจมาก

วันถัดมาคุณหมอนัดติดตามอาการค่ะ จะมีการวัดค่าสายตา ให้อ่านค่าตัวเลข ความชัดเจนก็ชัดเจนกว่าเดิม แต่สำหรับเราชัดประมาณ 90% เพราะมีอาการตาแห้งและต้องใช้เวลาปรับตัวกับค่าสายตาใหม่ประมาณ 1 เดือนค่ะ ยาคู่ใจที่ต้องใช้หลังผ่าตัด จะมียาหยอดตาแก้อักเสบและน้ำตาเทียม ซึ่งต้องใช้ต่อเนื่องจนหมดนะคะ ตามคำแนะนำของคุณหมอ

นัดครั้งถัดไปจะเป็น 7 วันหลังจากผ่าตัดค่ะ ซึ่งเรายังมีอาการตาแห้งอยู่แต่แผลหายดีแล้ว คุณหมอให้หยอดน้ำตาเทียมบ่อยๆค่ะ ส่วนค่าสายตาจะชัดขึ้นอีกรอติดตามครั้งถัดไป หลังจากผ่าตัด 1 เดือน 3 เดือน และ 6 เดือนค่ะ

สรุปการทำเลสิค เป็นการรักษาความผิดปกติของค่าสายตาที่เป็นที่นิยม เนื่องจากช่วยลดความยุ่งยากในชีวิตประจำวันจากการใช้แว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์ได้ นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมบุคลิกภาพได้ด้วย อย่างไรก็ดี ควรศึกษาและทำความเข้าใจการทำเลสิคโดยละเอียดก่อน อาจปรึกษาคุณหมอก่อนแล้วค่อยตัดสินใจทำได้ค่ะ

อ้างอิง

Are you looking for the Coworking space?

Please feel free to contact us or visit our website (Contact us)

Add friend

“The Company Official account”

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.